วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569

[รวมมิตรเฉพาะกิจ] ประวัติกางเกงใน เครื่องแต่งกายขั้นพื้นฐาน ตอนจบ (History of underwear 2)

ห่ะบัตยูวววว....


เนื้อหาของเอนทรีนี้เป็นการต่อยอดเรื่องราวของ "เครื่องแต่งกายขั้นพื้นฐาน" ที่ทุกคนจะต้องเคยสวมใส่ในทุกยุคทุกสมัย แต่ก็เอะใจอยู่ว่าเนื้อหาแบบนี้อาจจะมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่ดูละเอียดอ่อน รวมถึงภาพประกอบที่นำมาใช้ แนะนำว่าดูเป็นความรู้พร้อมกับครอบครัว หรือผู้เชี่ยวชาญไปก่อนก็ได้ หรือถ้าอายุเยอะแล้วก็ไม่ว่ากัน

จากเอนทรีตอนแรก [รวมมิตรเฉพาะกิจ] ประวัติกางเกงใน เครื่องแต่งกายขั้นพื้นฐาน ตอนแรก (History of underwear 1) ก็ได้แนะนำความเป็นมา และได้พูดถึงวัสดุเนื้อผ้าที่นำมาผลิตเป็น "ชุดชั้นใน" และ "กางเกงใน" ออกมาตามลักษณะของยุคสมัย จากที่เน้นสวมใส่สบาย ทำจากวัสดุธรรมชาติ มาจนถึงความคล่องตัว ยืดหยุ่นสูงในแบบของวัสดุสังเคราะห์ แต่ตอนนี้จะเป็นในส่วนของการจำแนกรูปแบบรูปทรงว่ามันมีชนิดไหนบ้าง มีรายละเอียดปลีกย่อยตรงไหน เหมาะสำหรับผู้สวมใส่ประเภทใด โดยจะนำเสนอตามเท่าที่มี หรือ บางชนิดที่นำมาเล่านั้นอาจจะไม่มีรูป แต่จะพยายามอธิบายให้พอเข้าใจได้แล้วกัน

All underwear types, fig.01

All underwear types, fig.02

หมายเหตุ : หัวข้อไหนที่ไม่มีรูปภาพประกอบ ก็ต้องขออภัยที่หาแหล่งต้นฉบับอ้างอิงไม่ได้ หรือถ้าจัดหามาได้แล้ว จะรีบดำเนินการเพิ่มเติมให้ในภายหลัง

-------------------




Boxer briefs / Trunks (บ๊อกเซอร์บรีฟ / ทรังค์) : รูปทรงคล้ายกางเกงขาสั้น แต่มีความรัดรูปเข้ากับร่างกายมากที่สุด ตั้งแต่ส่วนหน้า ส่วนข้าง และบั้นท้าย โดยความแตกต่างระหว่าง บ๊อกเซอร์บรีฟ กับ ทรังค์ นั้นจะอยู่ที่ความยาวช่วงขา โดยทำให้มีความสั้น รู้สึกกระชับคล่องตัว สามารถต่อยอดไปเป็นกางเกงรัดรูปสำหรับออกกำลังกายอีกด้วย โดยกางเกงในรูปทรงนี้ถูกออกแบบโดย John Varvatos ใช้เวลาในการคิดค้นจนสำเร็จนานถึง 5 ปี คือ ช่วงปี 1990-1995 (ค.ศ.) และจัดจำหน่ายผ่านแบรนด์ Calvin Klein เป็นเจ้าแรก จนแบรนด์อื่น ๆ ได้เริ่มทำตาม ๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน




Briefs (บรีฟส์) : รูปทรงกางเกงในที่เป็นต้นทางทั้งหมดของการออกแบบให้มีความกระทัดรัด คล่องตัวกว่ารูปทรง Union Suits ที่ดูใหญ่ และเหมาะกับผู้ส่วมใส่เฉพาะด้าน โดยการใช้แนวคิด Y-Front คือ มีช่วงเว้าโค้งเป็นรูปตัว Y ที่เหมาะสมกับสรีระการเคลื่อนไหว แต่ยังคงปกปิดส่วนหน้า ส่วนบั้นท้ายเหมือนเดิม รูปทรงนี้ออกแบบโดย Arthur Kneibler ในปี 1935 และจัดจำหน่ายผ่านแบรนด์ Coopers เป็นเจ้าแรก




Bikini (บิกินี) : รูปทรงกางเกงในที่มีพัฒนาการมาจากทรง Briefs ให้มีความโค้งเว้า เปิดเผยสัดส่วนมากกว่าเดิม บางครั้งมีแบบเอวต่ำ แบบเอวเล็ก แบบผูกข้าง เพี่อหวังผลแรงดึงดูดทางเสน่ห์ได้มากขึ้น แต่ยังคงปกปิดส่วนหน้า ส่วนบั้นท้ายเช่นกัน เดิมนั้นคำว่า Bikini จะเรียกในรูปแบบของชุดว่ายน้ำ มากกว่ากางเกงใน เพราะแรกเริ่มนั้นผู้สวมใส่จะเป็นผู้หญิงมากกว่า 

โดยแหล่งกำเนิดที่แท้จริงนั้นอยู่ในประเทศฝรั่งเศส โดย Louis Réard เป็นผู้ออกแบบ และทำออกมาให้ได้สวมใส่จริง ๆ ในปี 1946 และชื่อเองนั้นก็มาจากเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นสถานที่ที่สหรัฐอเมริกาเพิ่งทำการทดลองระเบิดปรมาณูในวันเดียวกันด้วย แต่จะเริ่มยอมรับและนำมาสวมใส่จริง ๆ นั้นจะอยู่ในช่วงยุค 50-60s ส่วนผู้สวมใส่ที่เป็นฝ่ายชาย เริ่มนิยมในยุค 70-80s และแพร่หลายผ่านทุก ๆ แบรนด์ที่ผลิตออกมาในปัจจุบัน




Jockstrap (จ็อกสแตรป) : มีอีกชื่อเรียกก็คือ Supporter หรือที่บ้านเราเรียกว่า "ทรงกระจับ" เป็นรูปทรงกางเกงในที่เหมาะสำหรับนักกีฬามากที่สุด คือ ถึงจะมีความโค้งเว้า แต่ก็เน้นการปกปิดป้องกันส่วนหน้า มากกว่าส่วนบั้นท้าย คือ ด้านหลังเปิดโล่งไปเลย รั้งด้วยสายรัดสะโพกแค่ 2 เส้น และสามารถสวมใส่ทับไปกับกางเกงในเดิมได้ รวมถึงมีช่องใส่แผ่นกันกระแทก (Protective cup) เพื่อลดการบาดเจ็บในจุดที่สำคัญ โดยจุดเริ่มต้นของกางเกงในทรงนี้มาจากการออกแบบของ Charles F. Bennett จากสหรัฐอเมริกา ในปี 1874 ซึ่งก็คือการนำเอาแนวคิดมาจาก Codpiece มาทำใหม่ และนำออกจัดจำหน่ายครั้งแรกผ่านแบรนด์ BIKE Athletic Company ภายหลังมีการปรับใช้ในวงการทหารด้วย

ส่วนในช่วงยุค 50-60s กางเกงในทรงนี้ก็ได้นำมาประยุกต์สวมใส่ในแวดวงความหลายหลายทางเพศ (ชายรักชาย) บ้างเป็นบางคราว แต่หลังจากยุค 2000s ขึ้นไป ก็เริ่มแพร่หลายมากขึ้นตามกระแส LGBTQI+ ในปัจจุบัน




Tanga (ทังก้า) : รูปทรงกางเกงในที่พัฒนามาจาก Brief, Bikini และรวมแนวคิดเครื่องแต่งกายอย่างผ้าเตี่ยวเข้าไปด้วย จนมีขนาดที่เริ่มจะเล็กลง เปิดเผยส่วนโค้งส่วนเว้าจนสุดสายรัดรอบเอว แต่ยังคงปกปิดส่วนหน้า ส่วนบั้นท้ายไว้บ้าง โดยในช่วงยุค 80-90s แนวคิดรูปทรงกางเกงในแบบนี้ถูกนำมาออกแบบโดย Rudi Gernreich และเปิดตัวในปี 1979




Thongs / G-String / T-back (ธอง / จี-สตริง / ทีแบค) : รูปทรงกางเกงในที่ต่อยอดมาจาก Tanga อีกที แต่เน้นแค่การปกปิดส่วนหน้า ส่วนบั้นท้ายนั้นก็มีเพียงแค่เส้นเชือกขนาดเล็กที่พาดผ่านร่องบั้นท้าย-ช่วงระหว่างขา ไปยังส่วนด้านหน้าเท่านั้น รูปทรงกางเกงในแบบนี้ไม่ได้มีแค่ฝ่ายหญิงที่นิยมสวมใส่เพียงเท่านั้น ผู้สวมใส่ที่เป็นฝ่ายชายก็นิยมในหมู่นักกีฬาเพาะกาย กลุ่มประกวดรอยสักแบบเต็มตัว หรือกลุ่มนายแบบนู้ดในช่วงยุค 70-80s ด้วย โดยจะมีชื่อเรียกเฉพาะว่า posing strap




C-String (ซี-สตริง) : รูปทรงกางเกงในอีกแบบในยุค 2000s ที่ดูแปลกประหลาด คือ มีแค่ส่วนปกปิดด้านหน้า และโครงครอบทรงตัว C ซึ่งลอดไปตามช่วงระหว่างขา แต่สวมใส่ได้ทั้งฝ่ายหญิง และฝ่ายชายในบางโอกาส เช่น แฟชั่นอาบแดด การถ่ายแบบ การแสดงออกบางอย่างที่ไม่ต้องการให้เห็นสายรัดรอบเอว เมื่อสวมใส่ชุดที่เน้นแหวกข้าง ในความเป็นจริง กางเกงในรูปทรงแบบนี้ไม่แนะนำให้ใส่ตลอดทั้งวัน เพราะมีโอกาสเลื่อนหลุดบ่อยมาก หากมีการเคลื่อนไหวเร็ว ๆ




Mankini (แมนกินี) : รูปทรงกางเกงในแปลกประหลาดสำหรับยุค 2000s ที่ประยุกต์เป็นชุดว่ายน้ำได้ด้วย คือ มีสายดึงรั้งที่ยาวจากส่วนปกปิดด้านหน้า พาดขึ้นไหล่จนไปถึงส่วนหลัง ลอดร่องสะโพก-ช่วงระหว่างขา บรรจบรอบครบถ้วน เน้นเผยส่วนเอวด้านข้างชัดเจน เพราะมีที่มาจากชุดว่ายน้ำแบบชิ้นเดียว (one-piece) หรือจะเรียกกันในชื่อ sling swimsuit แน่นอนว่าสวมใส่ได้ทั้งฝ่ายหญิง และฝ่ายชายในบางโอกาส เช่น เดินเที่ยวชายทะเล แฟชั่นอาบแดด รวมถึงการถ่ายแบบ ซึ่งมันเป็นผลจากกระแสภาพยนตร์เรื่อง Borat (2006) อีกส่วนหนึ่งเช่นกัน


-------------------

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Boxer briefs / Trunks (Wikipedia) 
Briefs (Wikipedia) 
Jockstrap (Wikipedia)
Bikini (Wikipedia) 
Thong / Tanga / C-string (Wikipedia)
G-string (Wikipedia) 
Sling swimsuit / Mankini (Wikipedia)