โอม มหาเทวา
พบกับเอนทรีที่นำเสนอเรื่องราวของศาสนาฮินดู ผ่านผลงานวาดที่แทรกเนื้อหาสาระที่หาอ่านที่ไหนไม่ได้อย่างสั้น ๆ รวบรัด ซึ่งในเดือนมีนาคม 2568 นี้ก็เรียกได้ว่ารอบนี้ไม่ค่อยมีกิจกรรมหรือการเฉลิมฉลองใหญ่ ๆ ให้ได้เห็นมากนัก แต่อาจจะตามกระแสโลก หยิบเอามาปรับใช้ในผลงานของตนเองที่วาดสะสมมาทั้งเดือน ซึ่งขณะทำผลงานอยู่ก็อาจจะพบเจออุปสรรคมากมาย มีกิจกรรมหัวข้ออื่น ๆ ที่ต้องทำเยอะ แต่ก็พอผ่านมาได้ และมีมาให้เห็นเป็นระยะ จะพยายามเพิ่ม หรือแถมผลงานชิ้นอื่น ๆ มาให้จนครบโควต้าประจำเดือนนี้เลย โดยใช้หัวข้อของมุมมองเทพสตรี-นักบวชฝ่ายหญิง หรือ "ศักติ" ไปก่อน
-------------------
ค้นหาความแตกต่างที่อยู่ภายในตัวผู้หญิง (8 มีนาคม 2568)
ผลงานประจำวันสตรีสากล ที่เผยให้เห็นมุมมองของผู้หญิงที่มาความต่าง ตั้งแต่การเป็นสามัญชน กับมุมของการสละเพศผู้ครองเรือนไปสู่เพศวิถีนักบวช ซึ่งผู้ชมเองอาจจะมองว่าภาพนี้ทำไมดูเป็นฉากเลสเบี้ยนขนาดนั้น นี่แหละคือข้อสงสัยที่ใส่ไว้ให้ได้กลับไปคิดอย่างกว้างขวาง ตามที่ตีความออกมาเท่านั้นเอง
จากภายในของผู้ศรัทธาแห่งศักติ (12 มีนาคม 2568)
เรียนรู้จากการเป็นส่วนหนึ่งของ "พระแม่ทุรคา" ในบรรยากาศความขลังของวัดประจำเทวสตรีของปารวตีโดยเฉพาะ
หัสตินแห่งกัมลาเทวี (13 มีนาคม 2568)
โอม มหาลักษมีไย นะมะหะ (Ohm Mahalakshmyai Namah, ॐ महालक्ष्म्यै नमः)
ผลงานประจำวันช้างไทย ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับช้างไทยเลยสักนิด แต่เป็นหนึ่งในสัตว์พาหนะของพระลักษมี ซึ่งไม่ได้มีแค่นกฮูกเพียงเท่านั้น
สถานฝึกฝนการสวดภชัน (16 มีนาคม 2568)
จำลองมุมมองของนักบวชฝึกหัดที่ต้องใช้เครื่องดนตรีในการขับร้องมนต์บูชาเทพ ทั้งฝั่งนักบวชเพศบุรุษ และเพศสตรี
พลังหญิงกล้าท้าศัตรู (22 มีนาคม 2568)
ต่อให้สหายนักรบต้องล้มหายตายจากลงไป จากการรุกรานของศัตรู นางก็จะสู้สุดกำลังเพื่อแผ่นดินแม่ แผ่นดินเกิดของนาง ดุจความเกรี้ยวกราดเดือดดาลจากพระแม่กาลีที่นางได้นับถือนั้น ๆ
-------------------
นิยามของคำว่า "ศักติ" (Shakti) คือการเคารพ นับถือ ศรัทธา เชื่อในเทวี หรือ เทวสตรี เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่เราตีความหมายไปถึงเรื่องของ "เพศสตรี" ซึ่งมีน้อยครั้งที่มีบทบาทในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู จนถูกเบียดบังด้วยค่านิยมอย่างเพศบุรุษเป็นใหญ่ แต่เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นก็ต้องเปลี่ยนผันไปตามกระแส ไม่มีทางคงอยู่ตายตัวจนถึงจุดจบของมัน ทำอย่างไรก็ได้เพื่อไม่ให้ถูกกลืนกินไปเป็นส่วนอื่น ๆ ซึ่งนั้นหมายถึงการปรับตัวให้เข้ากับสังคมในแต่ละยุค ยอมรับการมีอยู่ของสิ่งนั้นนี่แหละ